หัวข้อ : ระบบเลเวลกระตุ้นเด็กติดเกม เด็กไทยเพียง 1 ในหมื่นที่เป็นผู้พัฒนาเกม 

       ไอซีทีจัดสัมมนาร้อนถกปัญหาพัฒนาแก้ไขพฤติกรรมเด็กไทยฮิตเล่นเกม ดร.วัลลภชี้ระบบสะสมเลเวลช่วยกระตุ้นเด็กติดเกมมากขึ้น แถมก่อให้เกิดพฤติกรรมกลัวสังคม ระบุเกมให้ประโยชน์ทางการศึกษามีไม่ถึง 10 % ต้นเหตุเด็กติดเกมเกิดจากพ่อแม่ให้เวลาลูกน้อยไป แนะหัดห้ามใจตัวเองยามลูกงอแง ด้านผู้พัฒนาเกมร้องเด็กไทยชินกับการละเมิดลิขสิทธิ์ จนซอฟต์แวร์ในประเทศขายไม่ออก ผอ.สท.เผยผลสำรวจเด็กไทยเพียง 1 ในหมื่นคนเท่านั้นที่จะมาเป็นผู้พัฒนาเกม
       
        วานนี้ (19ก.ย.) นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “โอกาสและทางเลือกของเด็กและเยาวชนในการเล่นเกม” จัดขึ้นที่โรงแรม เซ็นจูรี่ พาร์ค โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 200 คน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้ง ครูและนักเรียนจากสถาบันการศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร
       
       ระบบเพิ่มเลเวลดึงติดเกมมากขึ้น
       
        การเสวนาช่วงแรกในหัวข้อ “เด็กและเยาวชนติดเกมเป็นปัญหาหรือไม่” เริ่มขึ้นโดยมีวิทยากรเข้าร่วมเสวนา 2 คนได้แก่ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม หัวหน้าศูนย์ให้คำปรึกษาสุขภาพจิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ นพ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต วิทยากรทั้งคู่ได้ยกตัวอย่างผลงานวิจัยเด็กติดเกมจากต่างประเทศและในประเทศ , ปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กติดเกม , ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการติดเกม และแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
       
        เริ่มต้นการเสวนาวิทยากรทั้งคู่ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น เหตุการณ์นักเรียนยิงกันตายในโคลัมบาย สหรัฐอเมริกา หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอย่างกรณีที่แม่ล่ามโซ่ลูกเอาไว้ไม่ยอมให้ไปเล่นเกม และเหตุการณ์ที่เณรขโมยเงินวัดเพื่อมาเล่นเกม ซึ่งล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเกมทั้งสิ้น คำถามยอดฮิตจึงผุดขึ้นมาอีกครั้งว่าทำไมเด็กถึงติดเกม ?? วิทยากรทั้งสองท่านให้ความเห็นว่า คนที่ติดเกมก็เหมือนกับคนที่ติดยาเสพติด การติดระยะแรก จะเป็นการเล่นเพื่อความสนุก แต่พอเล่นไปนานๆเข้าจะเริ่มติดหนัก สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ในการใช้เหตุผลจะลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดอาการติดเกมอย่างหนัก และมีผลเสียกับงาน ตลอดจนเกมปัจจุบันโดยเฉพาะเกมออนไลน์มีระบบเลเวลขึ้นมาเป็นสิ่งที่ทำให้คนเล่นเกมมีอาการติดมากยิ่งขึ้น ผู้เล่นที่ได้เลเวล 2 แล้วก็อยากที่จะได้เลเวล 3 และเลเวลที่สูงต่อไปเรื่อยๆไม่มีวันจบ ทำให้ต้องอดหลับอดนอนเพื่อทำให้เลเวลของเกมสูงขึ้น
       
        ผลกระทบจากเกมเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดที่ถูกหยิบมาพูดกันในงานเสวนานี้ โดยยกตัวอย่างการเสียชีวิตของเด็กในเกาหลีที่เล่นเกมติดต่อกันนาน 48 ชั่วโมง นอกจากนั้นผลวิจัยของหน่วยงานหลายองค์กรต่างสรุปเป็นแนวเดียวกันอีกด้วยว่า ผู้ที่เล่นเกมมากๆจะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ใช้ความรุนแรงมากกว่าเด็กทั่วไป นักเรียนบางคนที่เคยได้ผลการเรียนดี เมื่อเริ่มหัดเล่นเกมได้ไม่นานก็มีอาการติดเกมอย่างหนักและฉุดให้ผลการเรียนตกต่ำ ซึ่งผลกระทบเด็กติดเกมแล้วทำให้การเรียนตกต่ำนั้นจะเป็นผลวิจัยที่ค่อนข้างตรงกันในการวิจัยหลายๆสำนัก และพฤติกรรมอีกอย่างหนึ่งของคนติดเกมก็คือพฤติกรรมกลัวสังคม ซึ่งจะมีอาการปิดตัวไม่สุงสิงกับใครเก็บตัวอยู่ในห้องเพียงลำพังเล่นเกมทั้งวันไม่หลับไม่นอน ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ
       
        สำหรับทางแก้ไขปัญหาอาการติดเกม ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ได้เน้นในเรื่องการมีวินัยกับตัวเองให้รู้จักเวลา เล่นแต่พอประมาณ ไม่ใช่เล่นหักโหมทั้งวันทั้งคืน เพราะจะมีผลต่อสุขภาพ เนื้อหาที่กล่าวมาเกี่ยวกับเกมทั้งหมดอาจจะดูเลวร้ายไปนักสำหรับเกม วิทยากรทั้งคู่ได้กล่าวถึงข้อดีเกี่ยวกับเกมไว้ด้วย ถึงแม้ว่าเกมที่ให้ประโยชน์ทางการศึกษาจะมีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม โดยได้ยกตัวอย่างความก้าวหน้าของเกมที่สามารถสร้างเครื่องมือเคลื่อนไหวที่สามารถให้ผู้ใช้ติดต่อควบคุมเครื่องมือนั้นๆได้ มีประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพของศัลยแพทย์เป็นอย่างมาก ให้มีความสามารถในการผ่าตัด หรือการกะระยะได้ดียิ่งขึ้น
       
       ต้นตอเด็กติดเกม พ่อแม่เจียดเวลาให้ลูกน้อยไป
       
        การเสวนาช่วงที่สองเริ่มขึ้นอีกครั้ง โดยมีวิทยากรเข้าร่วมเสวนา 3 คน ได้แก่ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม หัวหน้าศูนย์ให้คำปรึกษาสุขภาพจิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , พ.ญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 และ นพ.ชาตรี วิฑูร จากโรงพยาบาลศิริราช ร่วมเสวนาในเรื่อง "จิตวิทยาการเรียนรู้กับการแก้ปัญหาเด็กติดเกม" โดยวิทยากรทั้งสามท่านได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาของเด็กติดเกมโดยพุ่งประเด็นไปที่ "ครอบครัว" เป็นหลัก
       
        เด็กบางคนรบเร้าให้ผู้ปกครองซื้อคอมพิวเตอร์ให้ เพื่อหวังที่จะมาเล่นเกม ทั้งๆที่พ่อแม่รู้แต่ก็ไม่สามารถห้ามได้ เพราะไม่อยากให้มีการทะเลาะเกิดขึ้นภายในครอบครัว ภาวะปัจจุบันพ่อต้องทำงาน แม่ก็ต้องทำงาน บ่อยครั้งที่มีเวลาให้กับลูกน้อยลง จึงทำให้เด็กใช้เวลาอยู่บ้านอยู่กับตัวเองอยู่กับคอมพิวเตอร์จนกลายเป็นติดเกมในที่สุด ประกอบกับภาวะความเครียดจากการเรียน ครู อาจารย์ ทางออกของเด็กคือการไปเล่นเกมเพราะเกมสามารถให้ความสนุกกับเขาได้ ดังนั้นสิ่งที่ครอบครัวควรจะทำอย่างยิ่งก็คือการให้เวลากับลูก ควรหากิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจจากเกมให้ได้ โดยเน้นกิจกรรมที่มีสังคมได้พบปะผู้คน บ่อยครั้งที่เด็กบางคนเริ่มต้นจากการไม่ติดเกม และติดเกมเนื่องจาก "ไม่มีอะไรทำ" เลยทำโน่นทำนี่และในที่สุดก็ได้รู้จักกับเกม ผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าการเล่นเกมนานๆจะมีผลเสียอย่างไร การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆจะมีผลเสียต่อสายตาอย่างไร , ผลเสียต่อสมองอย่างไร
       
        ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม กล่าวถึงเด็กติดเกมซึ่งมีนิสัยชอบเล่นเกมทั้งคืนไม่หลับไม่นอน จะมีผลเสียต่อสมองอย่างมาก โดยเปรียบเทียบสมองเหมือนกับนาฬิกาชีวภาพ ถ้านอนเที่ยงคืนติดต่อกันมาตลอด เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนก็จะง่วงนอนเป็นปกติ แต่ถ้าหากนอนไม่เป็นเวลาก็จะทำให้ร่างกายไม่ง่วง หรือบางครั้งอยากจะนอนแต่ก็นอนไม่หลับ เด็กที่เล่นเกมแล้วไม่นอนสมองไม่ได้พักผ่อน ตื่นไปโรงเรียนก็จะง่วง พอกลับมาบ้านเล่นเกมอีกสมองก็จะตื่นตัวขึ้นมาอีก มีแต่จะทำให้ร่างกายของตัวเองแย่ลง
       
        สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ปกครองมักจะทำใจไม่ได้คือเมื่อลูกของตัวเองงอแงอยากได้นู่นได้นี่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องห้ามใจตัวเองอย่างมาก เพราะถ้าหากยอมไปในวันนี้ วันหน้าเขาก็ต้องงอแงจะเอาอย่างที่เขาต้องการอีก แต่หากว่าเขางอแงแล้วรู้ว่าเขาไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการเขาก็จะไม่ทำอีก ผู้ปกครองควรจะต้องใจแข็งไว้บ้างในเรื่องนี้
       
       เด็กไทยชินกับการละเมิดลิขสิทธิ์ จนซอฟต์แวร์ไทยขายไม่ออก
       
        การเสวนาช่วงที่สามในหัวข้อ “กรณีศึกษาของเด็กติดเกมที่พลิกผันมาเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ผลงาน”โดยมีวิทยากรเข้าร่วมเสวนา ได้แก่ นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานฝ่ายการตลาด ไซเบอร์แพลนเน็ต อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด , นายธรรดร โสตถิอำรุง จากบริษัท Game No limit , นายอานนท์ ตั้งสถิตพร นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผู้สร้างเกมสะท้านภพ การต่อสู้เพื่อเอกราช , ดร.วิษณุ โคตรจรัส อาจารย์ที่ปรึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ โดยวิทยากรทั้งหมดล้วนเป็นผู้ประสบความสำเร็จจากการเล่นเกม และมีความเห็นเกี่ยวกับปัญหาเด็กติดเกมสั้นๆว่า เป็นปัญหาทางครอบครัวที่ต้องร่วมกันแก้ไข และต้องทำให้เด็กรู้จักรับผิดชอบมากขึ้น
       
        ในหัวข้อนี้ วิทยากรจะกล่าวเน้นในมุมมองทางธุรกิจ ถึงตลาดซอฟต์แวร์เกมว่ามีมูลค่าสูงมาก และประเทศไทยยังเป็นเพียงผู้บริโภคที่ต้องนำเข้าเกมจากต่างประเทศ จึงอยากให้ประเทศไทยมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพิ่มมากขึ้น โดยแนะนำว่า ผู้ที่จะก้าวมาเป็นนักพัฒนาเกมได้นั้น ต้องเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์สูงมาก และแรงบันดาลใจที่ต้องการสร้างเกมที่ตรงใจตัวเองให้มากที่สุด ก็เป็นแรงผลักดันให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
       
        นอกจากนี้ วิทยากรยังได้มองในมุมของการศึกษาอีกว่า นักศึกษาหลายคนที่เรียนในคณะวิศวะคอมฯ วิทยาศาสตร์คอมฯ และคณะอื่นๆที่เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ จะเรียนไปเพื่ออะไรหากไม่มีงานออกมารองรับ ซึ่งอุตสาหกรรมการพัฒนาเกมสามารถสร้างรายได้มหาศาลได้ แต่ในปัจจุบันผู้ที่มีความรู้ความสามารถหันไปทำงานในต่างประเทศกันหมด ประเทศไทยจึงต้องซื้อเกมจากต่างประเทศตลอด ถ้าหากประเทศไทยมีการสนับสนุนอย่างจริงจัง จะทำให้เกมในบ้านเราสามารถสู้กับต่างประเทศได้
       
        ปัญหาที่ทำให้อุตสาหกรรมด้านซอฟต์แวร์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย วิทยากรทั้งหมดกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เนื่องจากคนไทยเริ่มเคยชินกับการละเมิดลิขสิทธิ์ คิดว่าการใช้ของเถื่อนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้ซอฟต์แวร์ซึ่งใช้ไอเดียเป็นจุดขาย ไม่สามารถหารายได้ได้จากประเทศไทย ธุรกิจประเภทนี้จึงไม่เกิด ความคิดสร้างสรรค์ก็ไม่เกิด ถือเป็นอุปสรรค์ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ในประเทศเป็นอย่างมาก
       
        ในท้ายการเสวนารอบที่ 3 นี้ วิทยากรได้กล่าวทิ้งท้ายถึงปัญหาเด็กติดเกมว่า ครอบครัวต้องเอาใจใส่มากกว่านี้ ควรติดตามดูว่าลูกเล่นเกมอะไรกันอยู่ และควรลงไปเล่นด้วยกับลูก เพื่อที่จะสอนสิ่งที่ซ้อนอยู่ในเกมให้ถูกต้อง เพราะทุกเกมจะสอนในสิ่งที่ดีๆอยู่แล้ว แม้แต่เกม GTA เองที่มีปัญหา จริงๆแล้วก็เป็นการสอนเด็กอย่างหนึ่งว่า การเป็นโจรนั้นไม่ดี เมื่อทำผิดจะถูกตำรวจตามจับ และที่สำคัญ ไม่ควรให้เด็กรู้สึกผิดทุกครั้งที่เล่นเกม เพราะจะทำให้เด็กเคยชินกับความผิด แต่ควรสร้างกฎเกณฑ์ในการเล่นเกมที่ดีให้กับลูก
       
       เด็กแค่ 1 ในหมื่นคนที่ก้าวมาเป็นผู้พัฒนาเกม
       
        การเสวนาช่วงสุดท้ายในหัวข้อ มีวิทยากรเข้าร่วมเสวนา 3 ท่าน ได้แก่ นายจรูญพร ปรปักษ์ประลัย ผู้บริหารกันตนา แอนิเมชั่น , นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ หรือ สท. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , ดร.นิรชรา ทองธรรมชาติ รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(SIPA) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “โอกาสและทางเลือกของเด็กและเยาวชนในการเล่นเกม”
       
        ดร. นิรชรา ได้กล่าวถึงภารกิจของ SIPA ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่า ได้จัดค่ายฝึกอบรมให้เด็กมากว่า 2000 คนแล้ว โดยมีจุดประสงค์ให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากการเล่นเกม มาออกแบบเป็นสื่อ แอนิเมชั่นต่างๆ ซึ่งผลที่ได้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กในต่างจังหวัดที่ปกติจะไม่มีโอกาสพัฒนาความคิดในด้านนี้ นอกจากนี้ยังมีการอบรมในด้านแอนิเมชั่นแบบมืออาชีพให้กับนักศึกษาที่จบมาแต่ยังหางานทำไม่ได้ ให้มีความสามารถและส่งต่อไปยังบริษัทเอกชนต่อไป
       
        ด้าน นายจรูญพร ผู้บริหารกันตนา แอนิเมชั่น ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นว่า ช่วงแรกได้ร่วมสร้างแอนิเมชั่นเรื่องดราก้อนบอลกับต่างประเทศ หลังจากนั้นก็มีงานต่างๆเข้ามาเพิ่มขึ้น จากนั้นจึงคิดที่จะสร้างหนังแอนิเมชั่นขึ้นด้วยตัวเองหนึ่งเรื่อง ทำให้ทราบถึงปัญหาว่าเมืองไทยยังขาดบุคลากรในด้านการผลิตอยู่มาก ทำให้ประสบปัญหาในการรับงานต่างๆ ทางกันตนาจึงได้เปิดโรงเรียนขึ้นมาอบรมเพื่อสร้างบุคลากรขึ้นมาเอง
       
        มาถึงมุมมองของผู้ใหญ่ที่ห่วงใยในเยาวชนเป็นหลัก นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ได้กล่าวถึงผลสำรวจกลุ่มเด็กในประเทศไทยว่า มีเด็กที่มีความสามารถ ความคิดและโอกาสพอที่จะพัฒนาเป็นผู้สร้างเกมได้เพียง 1 ในหมื่นคนเท่านั้น แต่ยังมีเด็กกลุ่มใหญ่ ที่เป็นปัญหาทางสังคม ไม่สามารถควบคุมความประพฤติได้ ซึ่งเด็กติดเกมจะเกิดขึ้นในเด็กกลุ่มนี้ และจากตัวเลขเยาวชนที่เล่นเกมกว่า 17 ล้านคน ก็ยิ่งเป็นที่น่ากังวลว่า มีเด็กไม่กี่พันคนที่จะประสบความสำเร็จ มีความสามารถพอที่จะพัฒนาเป็นผู้สร้างเกมได้ นี่จึงเป็นสาเหตุให้เราต้องพยายามออกกฏคุ้มครองเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศไทยเรา
       
        หลังจบสัมมนาในแต่ละช่วง จะมีผู้เข้าฟังซึ่งส่วนใหญ่ซึ่งเป็นอาจารย์ ที่พบปัญหาลูกศิษย์ติดเกม สักถามถึงข้อสงสัยต่างๆ รวมทั้งขอร้องให้ภาครัฐเข้ามาควบคุมบริษัทเกม และร้านอินเทอร์เน็ตมากกว่านี้ เพราะในต่างจังหวัด ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่มีความสามารถที่จะดูแลลูกของตัวเองได้ และร้านอินเทอร์เน็ตเองก็สนับสนุนมอมเมาเด็กมากเกินไป ซึ่งคำถามและข้อร้องทุกข์ต่างๆ ทางตัวแทนของ ICT รับปากจะนำไปพิจารณาหาทางแก้ไข และในเร็วนี้จะจัดงานสัมมนาสำหรับร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อแก้ปัญหาที่เป็นประเด็นสำคัญอยู่ในขณะนี้อีกด้วย
   ที่มา :  ผู้จัดการ   วันที่ : 20 ก.ย. 2548    

Copyright © 2005 thainetclub.com