หัวข้อ : รัฐบาลเปลี่ยนแผนยุบรวมไอซีที-วิทย์ 

ไอซีที ยังไม่ยุบรวมวิทย์ น.พ.สุชัย ย้ำชัดข่าวลือมากกว่า รัฐบาลเปลี่ยนแผน หวั่นกระทบแนวทางพัฒนาไอซีทีประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ “สรอรรถ”เดินหน้าจัดโครงสร้างตกลงกับ กพร.ได้แล้ว  ปี 51 ครม. โยนรับเป็นเจ้าภาพประชุม ครม.โทรคมนาคม เอเปค ให้งบ 25 ล้านบาท
       
       น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า แนวทางการยุบรวมกระทรวงไอซีทีกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าหรือออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน และมีแนวโน้มที่จะไม่ยุบรวมยังคงสถานะเป็นกระทรวงแห่งเดียวเฉพาะ สำหรับกำกับดูแลงานด้านไอซีทีของประเทศ
       
       “การยุบกระทรวงไอซีที ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดกระทรวงไอซีทียังคงมีอยู่ต่อไป เพราะกระทรวงนี้ถือเป็นกระทรวงที่จะขับเคลื่อนธุรกิจโทรคมนาคมให้ก้าวไปข่างหน้า จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือยุบกระทรวงฯไปรวมกับกระทรวงฯอื่น”
       
       ดังนั้นหากมีการยุบรวมกระทรวงอาจจะทำให้หน้าที่บทบาทด้านกำกับงานไอซีทีของประเทศไทย ที่กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวแข่งขันกับต่างประเทศอาจจะส่งผลต่อภาพความไม่ชัดเจนทั้งในแง่นโยบายและความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน จึงทำให้กระทรวงไอซีทียังคงมีอยู่ต่อไปประกอบกับใน ปี 2551 คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มอบหมายให้กระทรวงไอซีทีเป็นเจ้าภาพดูแลจัดงานประชุมคณะรัฐมนตรีด้านโทรคมนาคมของกลุ่มประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเซีย-แปซิฟิค หรือ เอเปค ที่มีอยู่ทั้งสิ้น 21 ประเทศ ซึ่งจะมีการประชุมทุกปี โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมครั้งที่ 7 ใช้งบการจัดประชุมครั้งนี้ประมาณ 25 ล้านบาท  
       
       สำหรับหัวข้อการจัดประชุม ในระหว่างนี้ได้อยู่ระหว่างการแยกประเด็นและจัดหัวข้อสำคัญในการประชุม ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และแนวโน้มของอุตสหกรรม ขณะเดียวกันทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ได้กำชับมาด้วยว่าการประชุมในครั้งนี้ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยและการประชุมต้องเกิดประโยชน์จริง ไม่ใช่เพียงแต่ใช้ไทยเป็นสถานที่การจัดงานเท่านั้น
       
       การประชุมคณะรัฐมนตรีด้านโทรคมนาคมของกลุ่มประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเซีย-แปซิฟิค หรือ เอเปค นั้นมีประเทศที่รับเป็นเจ้าภาพแล้ววกว่า 6 ประเทศประกอบไปด้วย ออสเตเรีย เกาหลี ชิลี เม็กซิโก้ แคนาดา และเปรู โดยไทยจะจัดเป็นประเทศที่ 7 ต่อจากเปรู
       
       น.พ.สุชัยยังกล่าวเสริมอีกว่า การจัดประชุมดังกล่าวกระทรวงไอซีทีต้องดำเนินและหารืองานควบคู่ไปกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรม  เนื่องจากการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงไอซีทีเพียงอย่างเดียว แต่จะเกี่ยวเนื่องจากการค้าและการลงทุน ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงทั้ง 2 ด้วย
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยุบรวมกระทรวงไอซีที ก่อนหน้านี้ในสมัย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ดำรงตำแหน่งเป็น รมว.ไอซีที ได้มีการหารือในเรื่องดังกล่าวร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(ซิป้า)  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.)ถึงแนวทางการควบรวม พร้อมทั้งยังได้มีการจัดโครงสร้างบริหารออกมาชัดเจน โดยจะให้ดำเนินการควบรวมได้ในปี 2550 แต่ ทั้งสองหน่วยงานได้มีการคัดค้านถึงแนวทาง จึงทำให้เรื่องได้เงียบหายไป
   ที่มา :  ผู้จัดการ   วันที่ : 10 มิ.ย. 2549    

Copyright © 2005 thainetclub.com