หัวข้อ : กฟผ. เป็นแกนนำรัฐวิสาหกิจ ใช้โอเพนซอร์ส ลดค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ 

นายเจมส์ คลากส์ ผู้จัดการฝ่ายโอเพนซอร์ส สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า ขณะนี้ การใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่องค์กรเอกชน และธุรกิจขนาดกลางและเล็กหรือ เอสเอ็มอี ดังจะเห็นได้จากยอดจำนวนผู้สนใจขอรับแผ่นจันทรา (แผ่นรวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส) สำหรับใช้บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ทั้งโปรแกรมสำหรับออฟฟิศ อินเทอร์เน็ต งานกราฟฟิคและมัลติมีเดียต่างๆ ถึง 24 โปรแกรม ถึงกว่า 5 หมื่นแผ่นแล้ว ซึ่งนอกจากผู้ใช้จะนำซอร์สโค้ดไปพัฒนาต่อยอดได้แล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่นับวันจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

 

ผจก.ฝ่ายโอเพนซอร์ส กล่าวต่อว่า หากหน่วยงานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจต่างๆ หันมาให้ความสนใจ และทดลองนำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ที่สามารถใช้งานได้เทียบเท่ากับซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ต่างๆ และได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมทั้งใช้งานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ได้แล้ว จะลดค่าใช้จ่ายในการเช่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จากต่างประเทศได้มาก อีกทั้งการจัดงานสัมมนาของชมรมเทคโนโลยีสารสนเทศรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย หัวข้อ “ไอทีรัฐวิสาหกิจ ทำไมต้องโอเพนซอร์ส” ที่พึ่งจัดขึ้น จึงนับเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะแนะนำให้บุคลากรขององค์กรรู้จัก และหาข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพิ่มเติม

 

นายชนะ โศภารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนเทคโนโลยีสารสนเทศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพนักงานทั้งองค์กร จากการใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่คุ้นเคยมาเป็นการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เป็นเรื่องยากและมีผลกระทบมาก โดยวิธีการที่นำไปสู่ความสำเร็จคือต้องแสดงให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจว่าใช้แทนกันได้ มีความยั่งยืน และทำให้ผู้บริหารเกิดความเชื่อมั่นว่า ก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กร ทั้งในแง่การลดค่าใช้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ของบุคลากรในองค์กร และการพัฒนาบุคลากรด้านไอทีในองค์กร

 

ผอ.ฝ่ายวางแผนฯ กฟผ. กล่าวต่อว่า  แต่ละองค์กรจะมีค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นจำนวนมาก เช่น ในปี 2548 ที่ผ่านมา กฟผ. มีค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์ทั้งซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ และ ไม่ใช่ ไมโครซอฟท์ ทั้งสิ้น 110,080,850 บาท โดยหากจะให้ครอบคลุมค่าลิขสิทธิ์ของทุกโปรแกรมทั้งองค์กร กฟผ.จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับโปรแกรม Core Cal (ลิขสิทธิ์ในการเข้าใช้งานหรือรับบริการจากเครื่อง Server ที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง) รวมทั้งไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ และ ไม่ใช่ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศอีกประมาณ 265 ล้านบาท

 

“หาก กฟผ.นำซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาใช้แทน และใช้ MySQL แทนในส่วนของ SQL จะช่วยลดค่าลิขสิทธิ์ลงเฉพาะที่จำเป็น และทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพียงประมาณปีละ 20-30 ล้านบาทเท่านั้น ในส่วนของกฟผ.เองได้มีการประกาศนโยบายการใช้โอเพนซอร์สเมื่อต้นปี 2549 นี้ โดยมีการวางแผนระยะยาวเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กรมาใช้โอเพนซอร์สอย่างเป็นระบบ อาทิ การลบโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศที่ไม่ถูกต้อง และเปลี่ยนเป็นโอเพ่นออฟฟิศในเครื่องพีซีอย่างน้อย 5,000 เครื่องภายในปี 2549” นายชนะ กล่าว

 

ผอ.ฝ่ายวางแผนฯ กฟผ. กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ นโยบายของ กฟผ.ยังให้งดการซื้อลิขสิทธิ์ โปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศเพิ่มเติม เน้นการใช้ Mambo Content Management แทน Intranet Web Server ฯลฯ โดยตั้งเป้าในการนำงบประมาณส่วนที่ประหยัดได้ จากการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส มาเป็นงบฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรแทน รวมถึงการทำความเข้าใจกับทุกสายงาน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนอีกด้วย

 

   ที่มา :  ไทยรัฐ   วันที่ : 14 มิ.ย. 2549    

Copyright © 2005 thainetclub.com